http://www.kudnamsai.com

 หน้าแรก

 VDOทั้งหมด

 รวมรูปภาพ

 ข่าวสารทั้งหมด

 บทความทั้งหมด

 ติดต่อเรา

 ดาวน์โหลด

บริการ

วิสัยทัศน์
ความเป็นมา
นโยบายของผู้บริหาร
ข้อมูลพื้นฐาน
ข้อมูลชุมชน
รายรับ-รายจ่ายประจำปี
แผนพัฒนาตำบลกุดน้ำใส
บุคลากรและโครงสร้าง
คู่มือสำหรับประชาชนของเทศบาลตำบลกุดน้ำใส ตามพรบ.การอำนวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2558

ปฎิทิน

« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 

สถิติ

เปิดเว็บ25/01/2008
อัพเดท16/11/2018
ผู้เข้าชม16,858,550
เปิดเพจ17,560,709

จดหมายข่าว

อีเมล์

ตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2553

ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง เพชรพิมาย

 ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง เพชรพิมาย

                                   

                   เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 เกษตรกรชาวตำบลกุดน้ำใสได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงเพชรพิมาย  บ้านรังกา ต.รังกาใหญ่  อ.พิมาย จ.นครราชสีมา   โดยมีอาจารย์ทอง ธรรมดา หรือชื่อจริงคือ นายวีรยุทธ ศรีเลอจันทร์ เกษตรกรชาวอำเภอพิมาย ที่มีชื่อเสียงมาจากการปลูกมะนาวไร้เมล็ด การปลูกมะละกอโดยการโน้มกิ่งให้เก็บผลผลิตได้ง่าย

                    อ.ทอง ธรรมดา ให้ข้อคิดในด้านการทำการเกษตรกับชาวกุดน้ำใสว่า  “อย่าทำไล่ แต่ให้ทำสวน” คืออย่าไล่ตามคนอื่น เขาปลูกอะไรได้ราคาดีก็ทำตามเขา เพราะมันจะล้นตลาดและราคาตก ต้องทำสวนกระแส คือทำสิ่งที่คนเขาทำน้อยในช่วงนั้น เพราะราคาจะไม่มีตกและสร้างรายได้ให้กับเรา

                   การทำการเกษตรทุกชนิด ต้องใส่ใจในการบำรุงดิน โดยปรับปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก ซึ่งต้นทุนต่อไร่ไม่สูงเหมือนปุ๋ยเคมี ทำให้ดินกลับมามีคุณภาพ พยายามลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ต้องนำแนวพระราชดำริในการทำเกษตรผสมผสานไร่นาสวนผสม คือต้องปลูกพืช 3 ระยะ พืชระยะสั้นได้แก่ พืชผักต่างๆ  ระยะกลางได้แก่ ไม้ผล ผลไม้ ระยะยาวได้แก่ ไม้เศรษฐกิจ ไม้สัก ไม้ยาง ไม้เต็ง ไม้ยางนา เพื่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนตลอดปี  สำหรับการใส่ปุ๋ยคอกเน้นว่า ขี้หมูกินหัว ขี้วัวกินใบ ขี้ไก่กินดอก คือถ้าพืชที่ปลูกไว้กินหัวต้องใส่ขี้หมู เช่น มันต่างๆ ถ้าปลูกเพื่อกินใบให้ใส่ขี้วัว เช่น คะน้า ผักกาด ถ้ากินดอกผล ต้องใส่ขี้ไก่ เช่น พริก เป็นต้น ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ปุ๋ยสูตร N P K นั่นเอง และให้กินทุกอย่างที่ปลูก และปลูกทุกอย่างที่กิน

                    ในการทำนาหว่าน ไม่ควรใช้พันธุ์ข้าวเกิน 15 กิโลกรัมต่อไร่ เพราะจะทำให้ข้าวแน่น แสงแดดส่องไม่ถึง ทำให้ข้าวเกิดโรค ต้นข้าวที่เขียวเกินไปเม็ดจะลีบ การออกรวงจะไม่ดีเนื่องจากมีไนโตรเจนมาก การกำจัดหญ้าในนาข้าว ควรใช้วิธีธรรมชาติ คือปล่อยแหนแดง ไร่ละ 10-20 กิโลกรัม จะทำให้ได้อินทรีย์วัตถุในนาข้าวถึงไร่ละ 2-3 ตันเป็นอย่างน้อย และแหนแดงยังตรึงไนโตรเจนในอากาศ ทำให้เพิ่มปุ๋ยในนาข้าวในฤดูกาลต่อไปอีกด้วย การใส่ปุ๋ยในนาข้าว ต้องถูกที่ ถูกเวลา เพราะแต่ละระยะต้องการธาตุอาหารไม่เหมือนกัน และแนะนำให้ใช้แผ่นเทียบสีในการปลูกข้าว จะมีประโยชน์ต่อเกษตรกร ทำให้ประหยัดและคุ้มค่า

                  ตอนท้ายๆอ.ทอง ธรรมดา สอนการทำน้ำชาเขียว ไว้ดื่มเย็นๆ มีส่วนผสมของชาและน้ำตาล แต่งกลิ่นด้วยวัตถุปรุงแต่งกลิ่นนิดหน่อย ลองชิมดูมีรสชาติเหมือนที่เขาบรรจุขวดขายกันเลยทีเดียว และฝากข้อคิดให้กับเกษตรกรชาวกุดน้ำใส ทิ้งท้ายไว้ว่า  “เศรษฐีนอนหก ยาจกนอนแปด หมูกับแรด นอนทั้งวัน”

การใช้แผ่นเทียบสีใบข้าว ถ้ามีค่าเฉลี่ยมากกว่า 3 ไม่ต้องใส่ปุ๋ย

view

 กระทู้ทั้งหมด

 สมุดเยี่ยม

 ภาพเก่าเล่าอดีต

 vdo

 ระบบสมาชิก

view